ฮาโหลววววว สวัสดีปีใหม่ปี 2017 ค๊าาาา วันหยุดปีใหม่นี้มีเวลาว่าเขียนบล็อกบ้างแล้ว เลยอยากจะมารีวิวทริปไต้หวันที่ไปมาเมื่อเดือน พ.ย. 2016 ค่ะ ส่วนตัวเราไม่เคยไปไต้หวันมาก่อนเลย แต่ด้วยความเห็นแก่โปร Tiger Air ที่ปล่อยมา 5,000 บาท ไปกลับ เลยจัดไปเมื่อเดือน ก.ค. 2016 ด้วยการออกตั๋วแบบกรุ๊ป 10 คน (ไปกันเป็นแก๊งค์ฮะ) รวมค่าธรรมเนียมทุกอย่าง ก็ออกกันคนละ 5,473 บาท แถมหลังจากนั้น ไต้หวันก็ประกาศยกเลิกวีซ่าซะด้วยสิ หูยยยยย อะไรจะดีงามขนาดนี้น๊อออ แฮปปี้สุดๆเลยค่ะ ตั้งตารอให้ถึงเดือน พ.ย. เร็วๆ ^^
อันนี้แพลนย่อๆนะคะ ไปช่วง 11-15 Nov 2016 ลมกำลังเย็น ไม่หนาวมาก แต่แดดก็แรงเท่าบ้านเราเลย >< หลักๆ คือเที่ยวเต็มๆ ด้วยกัน 3 วัน เพราะวันแรกก็ถึงสนามบินเช้าวันที่ 12 ส่วนวันที่ 15 ก็กลับเช้าค่ะ
Day1 : Longshan Temple / National Taiwan Museum / Chiang Kai-Shek Memorial Hall / Ximen
Day2 : Taipei Fish Market / Cat Village Houtong / Jiu fen
Day3 : Wulai / Beitou / Taipei Public Library Beitou Branch / Taipei 101
Day 1
เครื่องถึงไต้หวันตี 1 !!! - เน้นเที่ยวตาม MRT ง่ายๆ
จิบอกว่า ความกังวลใจของการไต้หวัน ก็คือเครื่องถึงดึกขนาดนี้ จะไปนอนที่ไหน จะจองโรงแรมก็เปลืองไปอีก (คือเน้นความประหยัดมาก) แต่พอดูข้อมูลว่าสนามบินเถาหยวน ได้รับการโหวตว่าเป็น Sleeping in Airports world’s best airports อันดับ4ของโลก (เครดิตจำไม่ได้ ><) แถมยังมีห้องน้ำให้อาบน้ำอีก สบายสุดๆ เลยปรึกษาชาวแก๊งค์อีก9คน ว่าโอเคมั้ย ซึ่งทั้งหมดโอเค ก็ลุยยยยย ไปถึงผ่านตม.ไรเรียบร้อย สุดท้ายก็ขี้เกียจอาบน้ำกัน เลยหาที่นอนงีบรอเช้า ใครไม่นอน ก็มีปลั๊กไฟให้เสียบชาร์จโทสับเล่นกันไป แล้วก็แต่งตัวออกไปขึ้นบัสเข้าเมืองตี5ครึ่งค่ะ
รถบัสของ Kuo-Kuang ค่าบริการคนละ 125 TWD ใช้เวลาเดินทาง ประมาณ 1 ชั่วโมง รถจอดรอที่ช่องหมายเลข5ค่ะ
รถจะมาจอดที่ไทเปเมน เราก็นั่ง MRT ไปลง Ximen เพื่อเอากระเป๋าไปฝากที่รร. Red Cabin Inn ที่เราได้จองไว้ค่ะ ซึ่งเรานอนที่นี่ 3 คืน เป็นห้องนอน 3 คน ตกคนละ 1,896 บาท/3คืน ราคาไม่แพง ห้องก็นอนสบายมากค่ะ รร.ก็เดินไม่ไกลมาจาก MRT ด้วย แถมเป็นแหล่งที่หาของกินง่ายสุดๆ
แพลนของวันนี้จะเน้นเที่ยวใกล้ๆ MRT ค่ะ ซึ่งแพลนแรกของเราคือไหว้พระที่วัดหลงซานค่ะ ตั้งใจมาขอพรเรื่องการงาน ส่วนขอพรความรักต้องมาจุดที่ 7 เลยค่ะ รับด้ายแดงไปผูกนิ้วก้อยกันเลย นี่ก็ไม่ค่อยงมงายค่ะ 55555
มื้อเช้าก่อนเข้าวัดที่ตลาดใกล้ๆวัดเลย จำชื่อร้านและเมนูไม่ได้ อาศัยเห็นคนนั่งกินเมนูนี้แล้วชี้ ๆ เอาค่ะ มีความอร่อยยย 60 TWD ><
National Taiwan Museum ก่อนมาเห็นในเว็บมีจัดแสดงโครงกระดูกไดโนเสาร์คือตื่นเต้นมาก แต่พอไปไม่มีแล้วก็เลยชมอย่างอื่นๆแทน ตั๋วเข้าชมของที่นี่ 30 TWD ค่ะ มีจัดแสดงเกี่ยวกับเรื่องราวของจักรยานกับคนไทเปในยุคสมัยต่างๆ มีจุดให้ถ่ายรูปเล่นประมาณนึง
Chiang Kai-Shek Memorial Hall วิวดีมากกก และแดดก็แรงมากเช่นกัน TT
หลังจากตามล่าหาซิมเนตกันได้แล้วก็เดินผ่านร้าน Formosa Chang เลยกินกันที่นี่ค่ะ เป็นเมนูชุดๆ เรท 80-100 TWD ค่ะ อิ่ม อร่อยย (จำเมนูไม่ได้อีกตามเคย เน้นชี้ภาพเอา)
Day 2
วันอิ่มหนำ วันของทาสแมวววว
สิ่งที่ต้องลิสไว้เลยของการมาไต้หวันครั้งนี้คือตลาดปลาของที่นี่ค่ะ เพราะแก๊งค์ของเรามีสายปลาดิบอยู่เป็นจำนวนมาก ซื้อกันมาเยอะเลย ก็มีโต๊ะให้ยืนกิน นั่งกิน เหลือก็หอบไปกินที่หมู่บ้านแมวต่อค่ะ
และแล้วก็มาถึง หมู่บ้านแมวโฮวต้งงงง! เอาจริงๆ ไปถึงก็ไม่ค่อยฟินแมวเท่าไหร่นะ เพราะแมวกระจายเป็นหย่อมๆ อยู่ตามแหล่งต่างๆ ซึ่งหมู่บ้านนี้ห้อมล้อมไปด้วยภูเขาสีเขียว มีที่ให้เดินเยอะมาก ชอบธรรมชาติของที่นี่มากจริงๆ แต่ถ้าให้โหวตสถานที่ที่ชอบที่สุดของการมาไต้หวันครั้งนี้ คือหมู่บ้านแมวนะ เพราะรู้สึกว่าอยู่ 3 ชม ไม่พอ ยังมีที่ให้เดิน ยังอยากเดินอีก เผื่อเจอแหล่งแมว ><
แพลนสุดท้ายของวันนี้ต่อกันที่จิ่วเฟิ่นค่ะ คนเยอะมากกก เดินเบียดเสียดกันสุดๆ ร้านค้าเยอะ ของกินเยอะ วิวสวย แล้วก็มีแมวด้วยค่ะ (ไม่พ้น 555)
อาหารวันนี้กินแต่ของจากตลาดปลา แล้วก็เอามากินที่หมู่บ้านแมวด้วยอยู่ท้องไปถึงเย็นเลย ถึงรร.มืด ก็จัดของเซเว่นต่อ ดีงามต่อพุงจริงๆ อิอิ
Day 3
วันเดินหลง น้ำตกอยู่ไสสสส...
เช้าวันนี้นั่งรสบัสมาที่น้ำตกอู่ไหล เค้าบอกว่าที่นี่น้ำตกสวยมากๆ ต้องมาให้ได้ พอถึงปุ๊ปก็เจอสะพานแขวนสีแดงลากยาว ก็ตื่นเต้น เดินไปถ่ายรูป แล้วก็เดินไปเรื่อยๆ หวังว่าจะเจอน้ำตกอยู่ข้างหน้า เอาเข้าจริงเดินไกลมาก คอยถามทางคนตลอด ก็ทำให้รู้ว่าจริงๆเราเดินผิดทางตั้งแต่แรกแบบเดินอ้อมเขากันเลย แต่ก็เดินกันจนมาถึงที่หมาย เห็นน้ำตกก็หายเหนื่อยไปบ้าง นั่งมองน้ำตกยาวๆ ก็เริ่มหิวข้าวเที่ยง
ไปเจอร้านคุณป้าขายไก่ น่ารักมาก อิ่มมาก และที่ตลกคือ เห็นภาพเมนูที่ร้าน เลยถามคุณป้าว่าเนื้ออะไร แต่คุณป้าตอบภาษาจีน ที่ฟังคล้ายเสียงหมาเห่า ทุกคนเลยส่ายหัวกันใหญ่ เลยขอไก่ดีกว่า แต่จริงๆมารู้ทีหลังว่าคือหมูป่า... ฮ่าๆๆๆ แล้วก็เดินสตรีทของอู่ไหลนิดหน่อย มีร้านของกินของฝากเยอะค่ะ
จากนั้นก็กลับเข้ามาในเมืองไปต่อที่ Beitou ค่ะ ที่นี่มีห้องสมุดที่ใหญ่ และสวยมากๆ บรรยากาศที่ตั้งของที่นี่จะห้อมล้อมด้วยธรรมชาติ บ่อน้ำพุร้อน มีความร่มรื่น รวมถึงเป็นจุดจับโปเกม่อนด้วย ><
ปิดท้ายด้วยการไปตึกไทเป 101 ซักนิดค่ะ ^^ ส่วนมื้อเย็นเราก็จัดหนักกันที่ Fei Tien Hot Pot หัวละประมาณ 600 บาท มีเนื้อแกะ เนื้อวัวนู่น นี่ ก็สั่งๆ ใส่ๆไปค่ะ อิ่มมาก อร่อยมากกก
สรุปความประทับใจของการมาไต้หวันครั้งแรก
ประเทศที่อยากกลับไปอีกครั้ง (เพราะยัดที่เที่ยวในแพลนครั้งนี้ไม่พอ)
ประเทศที่มีแต่ธรรมชาติ ใบไม้เขียว
ประเทศที่เต็มไปด้วยหมาแมว นอกจากหมู่บ้านแมวแล้ว คนประเทศนี้ชอบเลี้ยงหมามากกก เดี๋ยวจะรีวิวให้ดูต่อไป
ประเทศที่เราพูดอิ๊งใส่แต่โดนพูดจีนกลับมาก็สื่อสารกันรู้เรื่อง
ประเทศที่แลกเงินไปหมื่นเดียว ค่าเดินทาง ของกิน ซื้อของฝากคนมากมาย แต่เงินเหลือกลับมาแลกได้ 3,8xx บาท !!
ประเทศที่ลมพัดเย็น แต่แดดแม่งแรงเท่าไทย (แอบบ่นนิด นี่ไปพ.ย.นะเนี่ย)
ประเทศที่ชานมอร่อยมากกกก ตามเซเว่น แฟมิลี่มาร์ทนี่ กินเสร็จเอาขวดชานมกลับบ้าน
ประเทศที่การเดินทางโคดง่าย MRTสะดวก รถเมล์นี่ก็ซิ่งขึ้นเขาลงเขามันส์มากกกกก
-------------------------------------------------------------------------------------------------------
สรุปค่าใช้จ่ายต่อคน
- ตั๋ว Tiger Air ไปกลับ = 5,473 บาท
- รร. Red Cabin inn (3 คืน) = 1,896 บาท
- ค่าเดินทาง ค่ากิน ค่าช้อปปิ้ง จิปาถะ = 6,200 บาท
รวมยอดใช้จ่ายทริปนี้ 13,569 บาท
*เป็นทริปที่ไม่ล้มละลาย และน่าเที่ยวมากจริงๆ ใครสนใจประเทศนี้ จัดเลยค๊าาา ^^
Muffin in the garden :)
On January 2016
เมื่อวันที่12-15 พ.ค. 59 ที่ผ่านมา ไปสิงคโปร์แบบลุย2 ครั้งแรกกับเพื่อน ซึ่งจองกันข้ามปีมาก ๆ นับวันรอจนได้ไปซะที เลยอยากจะมารีวิวความประทับใจแรกกับการมาสิงคโปร์ครั้งนี้ นั่นก็คือ ที่พักของพวกเราทั้ง 3 คืนค่ะ ซึ่งตอนจองเราใช้เวลากับมันมาก ทั้งดูราคา ดูภาพ และอ่านรีวิวต่าง ๆ บอกเลยว่าโรงแรมในสิงคโปร์ที่ย่านดี ๆ ที่ไม่ใช่โฮสเทลอย่างต่ำนี่ 3000 บาทอัพต่อคืนทั้งนั้น (ณ ช่วงเวลานั้นที่จอง)
และด้วยความที่เป็นการเที่ยวตปท. สไตล์2สาวกับเพื่อนครั้งแรก เลยยังไม่มั่นใจกับการนอนโฮสเทล ก็เลยพยายามหาโรงแรมที่ดูสะอาด อยู่ในย่านดี ห้องน้ำในตัว และที่สำคัญ ราคาต้องไหว ก็ได้เป็นโรงแรมนี้ค่ะ Hotel Nuve
Hotel Nuve อยู่ย่านบูกิส MRT Bugis ทางออก B คือค่อนข้างโชคดีที่เคยมาสิงคโปร์กับออฟฟิศช่วงมกราที่ผ่านมาแล้วอยู่ย่านนี้พอดี ซึ่งอยู่ซอยถัดไปจาก Village Bugis Hotel เลย ก็มีความอุ่นใจขึ้นมาระดับนึงเพราะใกล้ MRT ทีนี้่มาถึงโรงแรมก่อนเวลาเชคอิน ตามแพลนคือจะฝากกระเป๋าไว้ก่อน แต่พอยื่นเอกสารไรเสร็จ พนง.ยื่นคีย์การ์ดแล้วให้ขึ้นห้องได้เลยตอนเที่ยง ดี๊ดี ห้องเราอยู่ชั้น 2 ค่ะ
มาถึงห้องคือรู้สึกดีนะ จัดระเบียบห้องดีมาก แม้ห้องเล็ก ที่สำคัญคือดูสะอาด ใหม่ มีความอยากนอนก่อนแล้วเย็น ๆ ค่อยออก (เดี๋ยวๆๆๆๆ)
เราจองเป็นเตียงควีนไซส์ค่ะ ซึ่งต่อคืน 1,830 บาท หารกับเพื่อน 2 คน ก็ตกคนละ 900 บาทนะ ราคาสบายมากกกกก
ตรงหัวเตียงก็วางสัมภาระได้ มีที่แขวนเสื้อผ้าประมาณนี้ วางของหน้ากระจกกันให้เต็มที่ มีตู้เซพน้อยๆ และกาต้มน้ำร้อนให้ค่ะ (ภาพอาจไม่ค่อยเห็นอะไรเพราะรกมากกกก ฮ่าๆๆ)
และด้วยความที่เป็นการเที่ยวตปท. สไตล์2สาวกับเพื่อนครั้งแรก เลยยังไม่มั่นใจกับการนอนโฮสเทล ก็เลยพยายามหาโรงแรมที่ดูสะอาด อยู่ในย่านดี ห้องน้ำในตัว และที่สำคัญ ราคาต้องไหว ก็ได้เป็นโรงแรมนี้ค่ะ Hotel Nuve
Hotel Nuve อยู่ย่านบูกิส MRT Bugis ทางออก B คือค่อนข้างโชคดีที่เคยมาสิงคโปร์กับออฟฟิศช่วงมกราที่ผ่านมาแล้วอยู่ย่านนี้พอดี ซึ่งอยู่ซอยถัดไปจาก Village Bugis Hotel เลย ก็มีความอุ่นใจขึ้นมาระดับนึงเพราะใกล้ MRT ทีนี้่มาถึงโรงแรมก่อนเวลาเชคอิน ตามแพลนคือจะฝากกระเป๋าไว้ก่อน แต่พอยื่นเอกสารไรเสร็จ พนง.ยื่นคีย์การ์ดแล้วให้ขึ้นห้องได้เลยตอนเที่ยง ดี๊ดี ห้องเราอยู่ชั้น 2 ค่ะ
มาถึงห้องคือรู้สึกดีนะ จัดระเบียบห้องดีมาก แม้ห้องเล็ก ที่สำคัญคือดูสะอาด ใหม่ มีความอยากนอนก่อนแล้วเย็น ๆ ค่อยออก (เดี๋ยวๆๆๆๆ)
เราจองเป็นเตียงควีนไซส์ค่ะ ซึ่งต่อคืน 1,830 บาท หารกับเพื่อน 2 คน ก็ตกคนละ 900 บาทนะ ราคาสบายมากกกกก
ตรงหัวเตียงก็วางสัมภาระได้ มีที่แขวนเสื้อผ้าประมาณนี้ วางของหน้ากระจกกันให้เต็มที่ มีตู้เซพน้อยๆ และกาต้มน้ำร้อนให้ค่ะ (ภาพอาจไม่ค่อยเห็นอะไรเพราะรกมากกกก ฮ่าๆๆ)
ที่สำคัญมีไดร์เป่าผมให้ด้วย แจ่มตรงนี้
ในส่วนของห้องน้ำค่ะ อ่างล่างหน้า ทางรร.ก็มีสบู่ แชมพู แปรงสีฟัน ยาสีฟันให้ประมาณนึง
แล้วก็มีผ้าเช็ดตัวให้ด้วยค่ะ ดีไปอีก!
มีความประทับใจหลาย ๆ อย่าง แต่ข้อเสียก็มีบ้าง เช่น ห้องเราไม่มีหน้าต่าง คือ ถ้าอยากมีต้องเพิ่มเงิน ซึ่งทริปนี้เราเน้นความประหยัดจีจี ซึ่งบางคนอาจมีความอึดอัด แต่พวกเราสบายมากค่ะ และก็ด้วยความที่โรงแรมเล็ก ก็จะได้ยินเสียงห้องข้าง ๆ คุยอยู่บ้างค่ะ แต่ก็ไม่ได้ทำลายการนอนหลับของพวกเรา 2 คนเลย นอนสบาย หรือ เที่ยวกันหนักก็ไม่รู้ ฮ่าๆ เอาเป็นว่ารีวิวนี้อาจจะมีประโยชน์ และเป็นตัวเลือกให้กับคนที่กำลังหาโรงแรมในสิงคโปร์ที่ดูดี ไม่น่ากลัว สะอาด นอนสบาย และราคาชิลๆ นะคะ ส่วนเจ้าเพื่อนที่ไปด้วยกันก็บอกว่าถ้าครั้งหน้ามาสิงคโปร์อีก ก็จะมานอนที่นี่อีก ฮ่าๆๆๆ จัดไป
ขอชักภาพกับหน้าโรงแรมนิดนึงงง
ถนนหน้าโรงแรม ถ่ายรูปกันไป
วันนี้ไปโดนชีสที่ Seoul Grill สาขายูเนี่ยนมอลล์มา กับ annystories เป็นเมนูใหม่ที่กำลังโปรโมทในเพจของซูกิชิเลย กับเมนู "Cheese Kyelanjim" หรือเรียกง่ายๆ "ไข่ตุ๋นชีสสไตล์เกาหลี" อื้อหือๆๆๆ แค่ได้ยินคำว่าชีสก็หูตาลุกวาวเลยค่ะ งั้นเรามาเริ่มวิธีทำเมนูนี้กันดีกว่าค๊าาาา...
ซึ่งร้านที่ว่านี่ชื่อ Cheezy Cheese ค่ะ แค่ชื่อร้านก็เพิ่มระดับความฟินชีสซะแระ ซึ่งตอนนั้นร้านเหมือนมีอีเว้นท์อยู่ตรงลาน MBK ก็สะดวกเลยย จัด!
และเมื่อมาถึง ก็ดูเมนูของทางร้าน ก็ตะบะสั่งมาอย่างละชุดเลย สนองความอยากชีสให้ตัวเองจริงๆ พอสั่งแล้วทีเด็ดคือเชพก็ทำอาหารให้เราดูต่อหน้าเลยอ่ะ รู้สึกได้ถึงความ real แบบโฮมเมดจริงๆ แถมเวลาเชพเลือกอะไรมาใส่ในจานกระทะก็ดูใส่ใจกับทุกสิ่งที่เลือกให้เราทานมาก รู้สึกประทับใจ... เอาล่ะ มาดูกันดีกว่าว่ามีเมนูอะไรบ้าง เริ่มด้วยออเดิฟกันก่อน
Roasted Potatoes เราเรียกว่าเฟรนช์ฟรายด์ยักษ์ละกัน มันฝรั่งเนื้อแน่นแบบเต็มๆ จิ้มกับซาวด์ครีมอร่อยจนต้องขอเชฟเพิ่มซอส เป็นซอสที่เชฟทำเอง เข้าได้เข้าดีกับการจิ้มกิน
Better Butter Breads ขนมปังกระเทียม กินแล้วเพลินมากก หอมฉ่ำเนย อร่อยยยยย
Cheesy Chick อกไก่อบปกคลุมไปด้วยชีสสสสสสสสส แค่หน้าตาก็น่าโดนแล้ว พอลิ้มลองก็รู้สึกโอเคมาก เอาไก่ไปคลุกซอสในกระทะพร้อมตวัดชีสยืดๆเข้าปาก อื้อหือออ มีรสชาติจริงๆ
Cheezy Beep Beef เมนูเนื้อกันบ้าง คล้ายๆกระทะที่แล้ว แต่เราคิดว่ามันอร่อยกว่าเมนูไก่มากกก เหมือนว่าไก่อบมันจะดูจืดต้องกินพร้อมซอสกับชีส แต่เมนูเนื้อนี้สิ่งที่ปรุงทุกอย่างมันเข้าเนื้อหมด เลยทำให้ตอนกินดูละมุน กินเพลินสุด ชอบบบบบบ
และเมนูฟินนาเล่ต้องยกให้กระทะนี้ค่ะ Seafood say cheese ที่จัดเต็มทั้งกุ้ง ปลาหมึก และ หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ ตัวใหญ่เคี้ยวนุ่มกันเลยทีเดียว ปกติชอบกินซีฟู้ดอยู่แล้ว เจอกระทะนี้ยอมใจเลยฮะ กินกับชีสมันดีงามจริงๆ
สรุปเลยว่าประทับใจในทุกเมนูที่ได้กิน แค่เห็นความตั้งใจของเชฟที่สร้างสรรค์อาหารหน้าตาดีๆ แถมเอาใจคนรักชีสแบบนี้ ยกนิ้วให้เลยค่ะ! ถ้าใครสนใจอยากโดนชีสแบบนี้แล้วล่ะก็ ติดตามที่แฟนเพจ Cheezy Cheese ได้เลยนะ
----------------------------------------------------------------------------------
Seafood say cheese 279.-
Cheezy Beep Beef 159.-
Cheesy Chick 139.-
Better Butter Breads 59.-
Roasted Potatoes 59.-
























